จากกิจกรรมช้างนั้น ก่อนอื่นเราก็ถามกันก่อนเลยว่า เราจะทำยังไง? แต่เมื่อเหลือบมองไปเห็นของกลุ่มอื่นๆแล้วรู้สึกว่า จะทำช้างในลักษณะที่เหมือนกันหมดเลยคือ 3 มิติ เราเลยคิดว่าจะทำอะไรที่มันแตกต่าง จากกลุ่มอื่นๆ โดยมีขั้นตอนการทำดังนี้
- แบ่งให้เพื่อนหนึ่งคนวาดรูปช้างออกมาก่อน
- อีกคนนั้นตัดกระดาษตามรอยที่เพื่อนวาดไว้ ซึ่ง ตอนแรกว่าจะแค่วาดรูปช้างแล้วก็พับๆโดยที่ไม่ต้องตัดกระดาษออก แต่ว่า เมื่อทำไปนั้นมันจะไม่สวย เราจึงช่วยกันคิดจะทำอย่างไร แล้วเห็นว่ากระดาษด้านบนมันติดกันอยู่แลง้วกระดาษที่ตัดออกมานั้น จะทิ้งก็เสียดาย
- จึงให้อีกคนเก็บเศษกระดาษที่เหลือนั้นมาคอยยัดใส่เข้าไปในตัวของช้าง
- แล้วเราก็ช่วยกันยัดกระดาษนั้นเข้าไปในตัวของช้าง ไม่ว่าจะเป็นลำตัว หัว หางและขา แต่ขานั้นยอมรับว่าตอนแรกเรานั้นวางแผนผิด จึงทำให้มองเป็นเป็นภาพสองมิติ ช้างจึงไม่สามารถยืนได้ แล้วก็ได้นำเทปกาวติดให้กระดาษส่วนที่ขาดจากกันนั้น ต่อกันเพื่อไม่ให้กระดาษหล่น และส่วนที่ตดออกมาติดกัน
- แล้วก็ได้ช้างตัวโต๊โตออกมาจนได้ ^^
จะประยุกต์ดังกล่าว กับเรื่องอะไร เพราะเหตุใด ?
ก็จะประยุกต์เรื่องดังกล่าวนั้น กับการจัดการงานต่างๆ ในการทำงานเป็นทีม เพราะการทำงานเป็นทีมนั้นต้องมีการแบ่งหน้าที่กัน แล้วจึงค่อยนำงานที่ตนได้ทำนั้นมารวมกันอีกที และก็นำไปใช้กับเรื่องของการวางแผนด้วย เพราะหางวางแผนได้ไม่ดีนั้นก็อาจจะมีวข้อผิดพลาดได้อย่างที่เห็นในการทำกิจกรรมข้างต้น เหตุที่ช้างยืนไม่ได้นั้น ก็เพราะว่าขาดการวางแผนที่ดีนั่นเอง และอีกอย่างหนึ่งคือ เรื่องของการยืดหยุ่น จากที่ตอนแรกนั้นมีการวางแผนว่าจะทำเป็นมิติเดียว โดยพับส่วนที่ตัดนั้นไว้อีดด้านหนึ่ง แต่มันดูไม่สวยเอาเสียเลย จึงมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นการยัดใส้ช้าง แทน จะเห็นได้ว่า หากเมื่อทำไปแล้วผลงานจะออกมาแย่มากเลย หรือออกมาไม่ดีเลย แต่เรานั้นสามารถที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อให้มันดูดีขึ้นกว่าเดิมได้ เราก็น่าที่จะทำ ไม่ถือเอาสิ่งที่คิดไว้นั้นเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องที่สุด แต่เราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ต่างๆได้ดีที่สุด

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น