ตอบคำถามงานที่ 3

Please explain what is the Red Ocean, the Blue Ocean and the White Ocean strategy?

==> Red Ocean เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูง มุ่งลอกเลียนแบบและเอาชนะกัน จนท้ายที่สุดก็มีการตัดราคากันจนกลายเป็นทะเลเดือด ตัวอย่างเช่น สายการบินต้นทุนต่ำ (ซึ่งแต่ก่อนนั้นเคยเป็น Blue Ocean) โค๊ก-เป๊ปซี่ โซนี่-พานาโซนิค-ซัมซุง-แอลจี
==> Blue Ocean เป็นธุรกิจที่หลีกเลี่ยงการแข่งขันที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย โดยองค์กรจะพยายามที่จะสร้างตลาด สินค้า หรืออุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครสร้างหรือเข้าไป ซึ่งแทนที่จะเป็นการเอาชนะคู่แข่งกลับเป็นการเอาชนะคู่แข่ง โดยการทำให้คู่แข่งนั้นล้าสมัยไป ตัวอย่างเช่น สตาร์บัคส์ โออิชิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการส่งอาหารญี่ปุ่นตามบ้าน(Delivery) และรายการชิงช้าสวรรค์ของ ปัญญา นิรันดร์กุล
==> White Ocean เป็นการทำธุรกิจโดยเน้นเรื่องจริยธรรมและคุณธรรมเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม ตัวอย่างเช่น ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด ซึ่งมี ดนัย จันทร์เจ้าฉาย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

C'ya on Dec 16 ^^

กลุ่มของพวกเรา ^^

เข้าเรียนในวันที่ 25/11/09 นั้นอาจารย์ก็ได้ให้จับกลุ่ม 3 คน โดยในกลุ่มนั้นต้องมีผู้ชายอย่างน้อย 1 คน ซึ่งกลุ่มเราก็ได้เทพบุตรสุดหล่อ หนุ่มวะ ของเรานั่นเองมาเป็นผู้ชายคนเดียวที่หล่อที่สุดในกลุ่มของพวกเรา (แหม๋ๆก็แหงล่ะเธอ ผู้ชายคนเดียวนิ!!!) แล้วที่ยิ่งไปกว่านั้น อาจารได้ให้ไปหยิบกระดาษหนังสือพิมพ์มาจำนวนหนึ่งทุกกลุ่ม แล้วอาจารย์ก็ให้เขียนชื่อกลุ่มพร้อมด้วยสมาชิกใมนกลุง่มแล้วนำไปส่ง เพื่อที่จะรับหมายเลขกลุ่ม กลุ่มเรานั้นคิดชื่อกลุ่มไม่ออก แล้วก็พากันเหลือไปเห็นในกระดาษหนังสือพิมพ์ ซึ่งหน้านั้นจะเป็นหน้าอะไรก็ไม่รู้ล่ะแต่ตัวหนังสือมันโดดเด่นสะดุดตาดี ตัวหนังสือนั้นก็คือคำว่า "ไม้ประดับบานสะพรั่ง" (มั้ง? ถ้าจะไม่ผิด ^^") พวกเราเลยให้ชื่อกลุ่มของพวกเราว่า ~~-:"บานสะพรั่ง":-~~ (คิดมาได้งายเนี่ย?) แต่จะว่าไปชื่อออกจะไทยๆดีนะ แปลกดีเหมือนกันแฮะ เขียนชื่อกลุ่มกันแล้วมองหน้ากันแล้วฮา...กันเลยอ่ะ แล้วเราก็ได้ฤกษ์ (อันกระชั้นชิดมาก) ในการไปส่งรายชื่อกลุ่ม ซึ่งตอนไปส่งก็เป็นลำดับที่ 8 พอดี เลยไม่ก้าวเข้าไปส่งปล่อยให้เพื่อนอีกคนไปส่งก่อน (คิคิ มีแผน =;~~~) แล้วเราก็ได้กลุ่มที่ 9 ดังใจอยาก อิอิ ^^ ลืมเลยๆ ลืมบอกไปว่า กลุ่มเรานั้นมีสมาชิกดังต่อไปนี้นะ

1. นายเจนณรงค์ ศรีสัน 50115419 (วะ)
2. นางสาวพิไลลักษณ์ ถิ่นวัน 50119293 (เหมียว เค้าเองล่ะคิคิ^^)
3. นางสาวสุนิสา ดาวจันทร์ 50119495 (เจี๊ยบ)

พอแล้วไม่พร่ามแล้วนะ ขอตัวไปหา templates มาเปลี่ยนซะหน่อยดีกว่า ไปละชะแวปๆ บรื๋อออออออออ...

งานที่ 3 : Swot analysis???

Swot analysis คืออะไร?
Swot analysis ในภาษาไทยก็คือ การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ สำหรับองค์กร หรือโครงการ ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอก ตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการทำงานขององค์กร

มีประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อม ยกตัวอย่าง?

ทำให้เราได้รู้ถึงจุดเด่นจุดด้อยของตนเอง เพื่อที่จะได้นำจุดเด่นที่มะอยู่แล้วมาสร้างโอกาสให้กับตนเอง และก็พยายามหาวิธีปรับปรุงแก้ไขหรือป้องกันจุดด้อยที่มีอยู่นั้นไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตนเอง

ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการที่จะทำธุรกิจอะไรสักอย่างนั้น เราก็ต้องรู้ว่าจุดเด่นของธุรกิจที่เราจะทำนั้นมีอะไรบ้าง จุดด้อยมีอะไรบ้าง เมื่อทราบสองอย่างนี้แล้วก็ยังต้องทราบอีกต่อไปว่า โอกาสของธุรกิจที่เราจะทำนั้นมีโอกาสไปได้สวยหรือไม่จะได้ช่วยในการตัดสินใจในการลงทุนทำธุรกิจของเรา และอุปสรรคที่มีอยู่หรือคาดว่าที่จะเกิดนั้นมันจะมีอะไรบ้าง ต้องคิดเอาไว้เสียก่อนเพื่อที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข หรือหาแนวทางในการป้องกันไว้ก่อน เพื่อที่จะให้ธุรกิจที่เราจะทำนั้นประสบผลสำเร็จ

กิจกรรมช้าง ท่านมีกลยุทย์ในการทำอย่างไร

จากกิจกรรมช้างนั้น ก่อนอื่นเราก็ถามกันก่อนเลยว่า เราจะทำยังไง? แต่เมื่อเหลือบมองไปเห็นของกลุ่มอื่นๆแล้วรู้สึกว่า จะทำช้างในลักษณะที่เหมือนกันหมดเลยคือ 3 มิติ เราเลยคิดว่าจะทำอะไรที่มันแตกต่าง จากกลุ่มอื่นๆ โดยมีขั้นตอนการทำดังนี้
- แบ่งให้เพื่อนหนึ่งคนวาดรูปช้างออกมาก่อน
- อีกคนนั้นตัดกระดาษตามรอยที่เพื่อนวาดไว้ ซึ่ง ตอนแรกว่าจะแค่วาดรูปช้างแล้วก็พับๆโดยที่ไม่ต้องตัดกระดาษออก แต่ว่า เมื่อทำไปนั้นมันจะไม่สวย เราจึงช่วยกันคิดจะทำอย่างไร แล้วเห็นว่ากระดาษด้านบนมันติดกันอยู่แลง้วกระดาษที่ตัดออกมานั้น จะทิ้งก็เสียดาย
- จึงให้อีกคนเก็บเศษกระดาษที่เหลือนั้นมาคอยยัดใส่เข้าไปในตัวของช้าง
- แล้วเราก็ช่วยกันยัดกระดาษนั้นเข้าไปในตัวของช้าง ไม่ว่าจะเป็นลำตัว หัว หางและขา แต่ขานั้นยอมรับว่าตอนแรกเรานั้นวางแผนผิด จึงทำให้มองเป็นเป็นภาพสองมิติ ช้างจึงไม่สามารถยืนได้ แล้วก็ได้นำเทปกาวติดให้กระดาษส่วนที่ขาดจากกันนั้น ต่อกันเพื่อไม่ให้กระดาษหล่น และส่วนที่ตดออกมาติดกัน

- แล้วก็ได้ช้างตัวโต๊โตออกมาจนได้ ^^

จะประยุกต์ดังกล่าว กับเรื่องอะไร เพราะเหตุใด ?
ก็จะประยุกต์เรื่องดังกล่าวนั้น กับการจัดการงานต่างๆ ในการทำงานเป็นทีม เพราะการทำงานเป็นทีมนั้นต้องมีการแบ่งหน้าที่กัน แล้วจึงค่อยนำงานที่ตนได้ทำนั้นมารวมกันอีกที และก็นำไปใช้กับเรื่องของการวางแผนด้วย เพราะหางวางแผนได้ไม่ดีนั้นก็อาจจะมีวข้อผิดพลาดได้อย่างที่เห็นในการทำกิจกรรมข้างต้น เหตุที่ช้างยืนไม่ได้นั้น ก็เพราะว่าขาดการวางแผนที่ดีนั่นเอง และอีกอย่างหนึ่งคือ เรื่องของการยืดหยุ่น จากที่ตอนแรกนั้นมีการวางแผนว่าจะทำเป็นมิติเดียว โดยพับส่วนที่ตัดนั้นไว้อีดด้านหนึ่ง แต่มันดูไม่สวยเอาเสียเลย จึงมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นการยัดใส้ช้าง แทน จะเห็นได้ว่า หากเมื่อทำไปแล้วผลงานจะออกมาแย่มากเลย หรือออกมาไม่ดีเลย แต่เรานั้นสามารถที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อให้มันดูดีขึ้นกว่าเดิมได้ เราก็น่าที่จะทำ ไม่ถือเอาสิ่งที่คิดไว้นั้นเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องที่สุด แต่เราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ต่างๆได้ดีที่สุด

โครงการที่อยากจะทำ?

หลังจากที่อ่านแผน ICT ของประเทศไทย (ฉบับที่ 2) แล้วนั้น อาจารย์ได้สั่งให้คิดโครงการมา 1 โครงการที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนว่าอยากจะทำอะไร ซึ่งข้าพเจ้าได้คิดไว้แล้วว่า อยากจะโครงการ การสอนผู้ใหญ่ที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับการใช้งานพวก Socail Network ทั้งหลาย เพราะสิ่งเหล่านี้นั้นจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง อีกทั้งสอนให้ผู้ใหญ่นั้นรู้จักใช้งานคอมพิวเตอร์ในสิ่งที่วัยรุ่นใช้กัน อาจจะเป็นการ Chat หรือ เครื่อข่ายสังคมอย่างที่กล่าวตั้งแต่แรก เพื่อที่จะให้ผู้ใหญ่นั้นได้สอดส่องดูแลเด็กๆอย่างทั่วถึง อีกทั้งมีความเข้าใจเด็กๆมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยจะเป็นการพัฒนาคน ให้รอบเรื่องในเรื่องของสารสนเทศ ซึ่งวบางเรื่องนั้นบางคนอาจจะคิดว่ามันไม่ได้จำเป็นเลย ทำให้มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านั้นไป และในอนาคตนั้นก็จะมีการพัฒนาโครงข่ายความเร็วสูงให้กระจายกันอย่างทั่วถึง ทำให้ชีวิตประจำวันนั้นใช้ Internet มากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ใหญ่ส่วนมากในทุกวันนี้ใช้ Internet ไม่ค่อยจะเป็นเท่าไหร่ เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กในปัจจุบัน 4-5 ขวบ ก็เริ่มใช้ Internet กันแล้ว ทำให้ผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนนั้นตามเด็กๆไม่ทัน จึงอยากที่จะมีโครงการสอนเรื่องการใช้ Internet นี้ให้แก่ผู้ใหญ่ ซึ่งจะเน้นในเรื่องที่เด็กวัยรุ่นทุกวันนี้สนใจแล้วก็ใช้เล่นกันเป็นประจำ ซึ่งก็คือเรื่องของการ Chat และเรื่องของ Social Network หรือ เครื่อข่ายสังคม ที่เราใช้ติดต่อกันบน Internet ได้ฟรีไม่เสียค่าบริการ เพื่อที่จะให้ผู้ใหญ่นั้นได้เข้าใจเด็กมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และก็สอดส่องดูแลเด็กได้อย่างเต็มที่และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

อ่านบทความเรื่อง การประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน แล้วมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?

จากที่อ่านบทความเรื่อง การประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อย่างแรกเลยที่คิด ก็คือเรื่องของความพอเพียง คือเราต้องประหยัด ใช้จ่ายให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจากที่อ่านบทความนั้น คือในปี 2553 นั้นจะไม่ได้รับงบประมาณเลย แต่ว่าการเรียนการสอนนั้นจะต้องมีการพัฒนาให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ฉะนั้นทางมหาวิทยาลัยนั้นจึงได้มีการเรียนการสอนที่สิ้นเปลืองงบประมาณให้น้อยที่สุด โดยทางมหาวิทยาลัยนั้นได้เล็งเห็นเครือข่ายทางสังคมที่นักเรียน นักศึกษานั้นจะชอบใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งก็คือพวก Socail Network โดยจะนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เพราะสิ่งเหล่านี้นั้นเราสามารถใช้งานได้ฟรีบน Internet อีกทั้งในปัจจุบันนักเรียนนักศึกษาทุกคนนั้นก็มีคอมพิวเตอร์เป็นของตนเองเกือบจะทุกคนอยู่แล้ว Internet ก็มีใช้กันเกือบจะทุกหลังคาบ้าน และที่มหาวิทยาลัยก็มี Wireless ให้ใช้งานกันฟรีๆ การเรียนการสอนจึงน่าจะเป็นไปได้โดยง่าย หากนำเอา Social Network นั้นมาประยุกต์ใช้งานกับการเรียนการสอนในปัจจุบัน

ตอบคำถามใน twitter

จุดเด่น คือ

  1. เครื่องคอมพิวเตอร์มีเยอะพอสมควร
  2. มีการสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์คอมด้วย
  3. มีการดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้ใอยสัปดาห์ละครั้ง
  4. เว็บไซต์ของทางมหาลัยมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา
  5. คณะแต่ละคณะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
  6. แต่ละคณะมีการอัพเดทเว็บไซต์ตลอด
  7. มีการเรียนการสอนผ่านทาง moodle ซึ่งง่ายต่อการส่งงานของนักศึกษา
  8. มีการแจ้งข่าวต่างๆผ่านทางโทรศัพท์มือถือของ 12call
  9. มีการให้บริการไวเลตแก่นักศึกษาโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ
  10. ห้องแลปมีการใช้บัตรในการเปิดประตูด้วย

จุดด้อยคือ

  1. เครื่องคอมมพิวเตอร์เยอะก็จริงแต่ใช้งานไม่ได้ก็เยอะพอสมควรเวลาเรียนจิงไม่เพียงพอแต่ผู้เรียนในบางครั้ง
  2. เครื่องคอมพิวเตอร์ในมหาลัยส่วนใหญ่แล้วจะมีไวรัสเยอะมาก
  3. อินเตอร์เน็ตในห้องแลปโดยเฉพาะเล็กของไอทีและคอมฯน่าจะเร็วกว่านี้มากๆ
  4. ไวเล็ตในมหาลัยจะใช้งานได้แค่บางจุดเท่านั้น และความเร็วก็ไม่มากเลย
  5. ระบบ reg ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
  6. บางวิชาที่ต้องส่งงานผ่านทางเว็บไซต์นั้นจะไม่แจ้งก่อน ทำให้นักศึกษาบางคนที่ไม่ค่อยได้เข้าไปดูไม่ทราบ
  7. การเรียนการสอนบางวิชานั้นจะมีรหัสซึ่งนักศึกษาบางคนที่สนใจจะเข้าไปอ่านก็ไม่สามารถเข้าไปอ่านได้
  8. หากไม่มีการเรียนการสอนในแต่ละวัน ควรแจ้งให้ทราบก่อน
  9. ระบบสแกนลายนิ้วมือจิ้มแล้วจิ้มอีกก็ไม่ได้ทั้งที่ทำมาพร้อมๆกันกับเพื่อน
  10. เครื่องคอมพิวเตอร์บูตช้าใช้ได้เลยทีเดียว

ข้อเสนอแนะ คือ

  1. ควรมีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
  2. ควรมีการแจ้งงาน หรือกิจกรรมต่างๆผ่านทางอีเมลล์ของนักศึกษา
  3. ควรปรับปรุงในเรื่องของความเร็วของอินเตอร์เน็ตในมหาลัย
  4. ควรเพิ่มความเร็วอินเตอร์เน็ตในห้องแลปเพราะจากประสบการณ์ที่เรียนเมื่อเทอมที่แล้ว เน็ตช้ามากทำให้เสียเวลาในการเรียนการสอนของวิชานั้นๆไป
  5. ควรปรับปรุงในเรื่องของไวรัสในคอมพิวเตอร์ที่มหาลัยรวมทั้งศูนย์คอมฯและห้องแลปต่างๆด้วย
  6. น่าจะมีบริการให้ปริ้นงานในห้องแลป
  7. เนื้อหาของแต่ละวิชาที่เรียน ควรจะอัพโหลดขึ้นทั้งหมดเลย จะได้ปริ้นทีเดียว
  8. น่าจะมีเว็บบอร์ดของแต่ละวิชาที่เป็นคล้ายๆ chat ไว้ให้อาจารย์กับนักศึกษาได้ติดต่อกันได้สะดวก
  9. น่าจะมีการแจ้งข้อความต่างๆผ่านเครือข่ายทุกเครือข่าย
  10. ควรมีการดูแลเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

กลยุทธ์ หรือ strategic คือ อะไร

กลยุทธ์ หรือ strategic คือ วิธีการหรือแผนการคิดที่คิดขึ้นอย่างรอบคอบ มีลักษณะเป็นขั้นเป็นตอน มีความยืดหยุ่นพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์